กระจ่างแล้ว!! จากกรณีอุบัติเหตุของ “น้องอิน” ทำไม BMW X1 “ถุงลมถึงไม่ทำงาน” จนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต! (มีคลิป)

กระจ่างแล้ว!! จากกรณีอุบัติเหตุของ “น้องอิน” ทำไม BMW X1 “ถุงลมถึงไม่ทำงาน” จนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต! (มีคลิป)

ถือเป็นการสูญเสียที่น่าเศร้าในวงการบันเทิง หลัง น้องอิน ณัฐณิชา เชิดชูบุพการี ดาราเด็กที่สมัยก่อนมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เกิดประสบอุบัติเหตุขับรถเก๋งบีเอ็มชนต้นไม้จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 7 เม.ย.

ซึ่งต่อมาสังคมโซเชียลมีเดีย ที่ติดตามข่าวน่าสลดใจอย่างยิ่งนี้ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับถุงลมนิรภัยว่าทำไมชนแรงขนาดนั้น ถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับถึงไม่จุดระเบิดออกมาเพื่อช่วยลดแรงกระแทก ดูจากภาพและคลิปต่างๆหลังจากเกิดอุบัติเหตุบริเวณซากรถจะเห็นว่าม่านนิรภัยทั้งสองฝั่งของ BMW X1 นั้นทำงานตามหน้าที่แต่ตำแหน่งของถุงลมนิรภัยกลับไม่ทำงาน

สำหรับเงื่อนไขที่จะทำให้ถุงลมด้านหน้าคนขับและคนนั่งทำงานหรือจุดระเบิดออกมาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ คือ การชนปะทะต้องรุนแรงจนถึงจุดที่เป็นอันตรายต่อผู้โดยสารในรถ โดยมีการคำนวณเรื่องแรงปะทะในจุดที่เซนเซอร์ตรวจจับได้ว่ามีความรุนแรงมาก ถุงลมก็จะทำงานทันที ตัวแปรอีกประการหนึ่งก็คือ ถุงลมอาจทำงานครบทุกตำแหน่ง หรือไม่ครบทุกตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับการรับข้อมูลของเซนเซอร์ที่จะสั่งให้ถุงลมระเบิดออกหรือไม่ระเบิด ในรถที่มีถุงลมหลายตำแหน่ง เมื่อรถถูกชนเพียงจุดใดจุดหนึ่ง แต่อีกจุดที่ดูแล้วเสียหายแต่ถุงลมกลับไม่ทำงาน  ถุงลมนิรภัยจะทำงานปกป้องคนในรถเฉพาะโซนที่ปะทะแล้วก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บรุนแรง เป็นอันตรายต่อคนขับและผู้โดยสารเท่านั้น ถุงลมจะทำหน้าที่ลดอาการบาดเจ็บรุนแรงได้ดีในย่านความเร็ว 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากมากกว่านั้นก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าคนในรถจะปลอดภัยหรือไม่ สำหรับโซนที่ปลอดภัยหรือแรงจีที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดการชนหากไม่ถึงเกณฑ์หรือความรุนแรงไม่ถึงจุดที่เซนเซอร์ตั้งเอาไว้ ถุงลมนิรภัยก็อาจจะไม่ทำงาน

จากคลิปวิดีโอที่บันทึกหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ม่านนิรภัยทั้งสองข้างของ BMW X1 ทำงาน แต่ความแรงกับตำแหน่งที่ปะทะอยู่ใกล้กับเสาหน้าด้านขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของคนขับนั้น ดูจากความเสียหายของเสาหน้าพบว่าเกิดจากการฟาดด้านข้างฝั่งขวาตรงกับเสาหน้าที่อยู่ใกล้ตำแหน่งคนขับมาก จากความเร็วที่ใช้กลายเป็นความรุนแรงมากจนเสาหน้าด้านขวาและหลังคาทั้งผืนพับงอเข้าไปจนเกือบจะถึงกลางรถ! ความเร็วที่ชนปะทะไม่น่าจะต่ำกว่า 120-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ไม่ควรคิดว่ามีถุงลมรอบคันแล้วจะรอดทุกเคส จากความคิดแปลกๆ ที่ว่า เสียชีวิตได้ไงถ้ามีถุงลม ควรเข้าใจว่า ถุงลมนิรภัยมีหน้าที่ลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บในการชนปะทะเท่านั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยรักษาชีวิตของคนขับหรือผู้โดยสารในรถ หากขับรถใช้ความเร็วสูงมากแล้วเกิดการชนปะทะหรือฟาดด้านข้าง แรงปะทะที่เกิดขึ้นจากความเร็วทำให้ชิ้นส่วนของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุกระจัดกระจายเละเทะจากแรงที่ชน ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งเละหนักเท่านั้น ถุงลมรอบคันที่ระเบิดขึ้นพร้อมๆ กันก็ไม่อาจปกป้องชีวิตของคนในรถได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นรถยุโรปราคาหลายล้านหรือหลายสิบล้าน เมื่อชนปะทะด้วยความเร็วสูงถุงลมนิรภัยก็ไม่อาจช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ถุงลมนิรภัยจึงเหมือนกับเป็นปราการสุดท้าย เมื่อปัจจัยอื่นๆ ของระบบความปลอดภัยในรถไม่สามารถป้องกันได้แล้ว

ทั้งนี้ทีมงานขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ น้องอิน ณัฐนิชา ด้วยครับ/คะ

คลิป

ขอบคุณภาพจากคลิปวิดีโอจาก : เดลินิวส์ ,  euroncapcom

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ